เมื่อเวลาเปลี่ยนไป อะไรๆ ก็ย่อมเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับเมื่ออายุเพิ่มขึ้น สภาพร่างกายก็ย่อมถดถอยอ่อนแอลงไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะใน “ผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นวัยที่อวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ คือมีความเสื่อมถอย ความแข็งแรงลดลง ส่งผลให้เจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น “การหมั่นตรวจสุขภาพ” จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับผู้สูงวัย เพราะนอกจากจะเป็นการประคับประคองสุขภาพให้อยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว ยังเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้โรคที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้น ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคแทรกซ้อน หรือแม้แต่การพบโรคได้เร็วในระยะเริ่มต้น การรักษาก็จะง่ายและหายได้เร็วกว่า
โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ มีอะไรบ้าง?
เมื่อการทำงานของอวัยวะ เซลล์ และภูมิคุ้มกันต่างๆ ในร่างกายของผู้สูงอายุถดถอยลง โรคต่างๆ ก็จะเริ่มเข้ามารบกวนมากขึ้น เช่น…
- โรคเบาหวาน
โรคนี้เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินไปใช้ได้อย่างเพียงพอ และร่างกายเกิดภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ที่ทำหน้าที่เผาผลาญน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน จึงทำให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ
- โรคข้อเข่าเสื่อม
เป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดได้ทั้งจากอายุที่เพิ่มขึ้น และการใช้งานหนักมาเป็นเวลานาน ทำให้กระดูกผิวอ่อนของข้อเข่าสึกหรอ มีโครงสร้างเปลี่ยนแปลงไปหรือเสื่อมสภาพลง หากไม่ได้รับการรักษาจะส่งผลให้ข้อเข่าผิดรูป และมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวในที่สุด
- โรคไต
เมื่อไตทำงานผิดปกติ หรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ก็ส่งผลให้มีปัญหาในการกำจัดของเสีย และการควบคุมความเป็นกรดในกระแสเลือด โดยในช่วงแรกผู้ป่วยโรคไตแทบจะไม่มีสัญญาณของโรคร้ายนี้เลย แต่อาการจะปรากฏออกมาในระยะท้ายๆ ที่ไตเสื่อมไปมากแล้ว ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ในที่สุด
- โรคความดันโลหิตสูง
ถือเป็นภัยเงียบที่มักไม่ค่อยแสดงอาการ แต่บางรายอาจพบว่ามีอาการปวดหัว เวียนศีรษะ มึนงง และเหนื่อยง่ายผิดปกติ หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้อวัยวะต่างๆ ได้รับผลกระทบ เช่น หัวใจ หลอดเลือด สมอง ไต และตา
- โรคอัลไซเมอร์
เกิดจากการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในสมอง จนสมองบางส่วนทำงานเสื่อมลงอย่างช้าๆ จึงมีอาการแสดงออกมา เช่น มีอาการหลงลืมบ่อยๆ ผู้ป่วยจะชอบถามคำถามซ้ำๆ หรือในบางรายสมองอาจจะใช้การต่อไปไม่ได้เลย ซึ่งกว่าจะรู้ตัวอาจใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปีๆทีเดียว
ต้องตรวจอะไรและบ่อยแค่ไหน… ในผู้สูงอายุ
สำหรับผู้สูงอายุ นอกจากการตรวจสุขภาพพื้นฐาน และการดูแลเอาใส่ใจในสุขภาพโดยทั่วไปแล้ว ยังต้องเพิ่มการตรวจสุขภาพแบบเจาะลึกและเพิ่มความถี่ให้มากขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่น
- ตรวจตา
- อายุ 60-64 ปี ควรตรวจตาทุก 2-4 ปี
- อายุ 65 ปีขึ้นไป ควรตรวจทุก 1-2 ปี
- ตรวจอุจจาระ
- อายุ 60 ปีขึ้นไป ควรตรวจอุจจาระปีละ 1 ครั้ง เพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง
- การประเมินภาวะสุขภาพ
- ควรได้รับการประเมินภาวะโภชนาการ ความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุน สมรรถภาพในการทำกิจวัตรประจำวันพื้นฐาน
- อายุ 65 ปีขึ้นไป ควรประเมินสมรรถภาพการทำงานของสมองเพิ่มเติม
- ตรวจเต้านมในสตรี
- อายุ60-69 ปี ควรตรวจเต้านมทุกปี
- อายุ 70 ปีขึ้นไป ควรตรวจตามความเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์
- ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
- อายุ60-64 ปี ควรตรวจทุกๆ 3 ปี
- อายุ 65 ปีขึ้นไป ควรตรวจตามความเหมาะสม
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
- อายุ 70 ปีขึ้นไปควรตรวจทุกปี
- ตรวจระดับไขมันในเลือด
- ควรตรวจทุก 5 ปี หรือตามคำแนะนำของแพทย์
- ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และตรวจปัสสาวะ ตรวจการทำงานของไต
- ควรตรวจทุกปี
จริงๆ แล้ว “การตรวจสุขภาพ” เป็นเรื่องที่คนทุกเพศทุกวัยควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผู้สูงอายุ” ที่ต้องการการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด ตรวจให้ครอบคลุมขึ้น และตรวจอย่างสม่ำเสมอ เพราะบางโรคจะไม่มีสัญญาณใดๆ บ่งชี้ให้ผู้ป่วยเห็นหรือสังเกตตนเองได้เอง การจะตรวจพบรอยนั้นจึงต้องอาศัยเครื่องมือแพทย์และแพทย์เฉพาะทางทำการตรวจให้
ทั้งนี้ โดยส่วนใหญ่แล้ว โรคที่เกิดกับ “ผู้สูงอายุ” มักมีความรุนแรงกว่าการเกิดในผู้ที่อายุยังน้อย นั่นเป็นเพราะ… ประสิทธิภาพในการทำงานของอวัยวะต่างๆ นั้นลดลง เซลล์มีความเสื่อมสภาพมากกว่า รวมถึงภูมิคุ้มกันโรคก็ไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนเมื่อครั้งยังเป็นหนุ่มเป็นสาวนั่นเอง
ดังนั้น เราจึงควรดูแลใส่ใจทั้ง “สุขภาพกายและสุขภาพใจ” ของ “ผู้สูงอายุ” ให้มากๆ
เพื่อที่ท่านจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ และอยู่อย่างมีความสุข
นพ. ยุทธสิทธิ์ ธนพงศ์พิพัฒน์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว
ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
