คนวัยทำงานจำนวนไม่น้อยคิดว่าอาการ ปวดหลัง เป็นเรื่องธรรมดา เพราะนั่งนาน ทำงานหนัก หรือพักผ่อนน้อย แต่ในความจริงแล้ว อาการปวดหลังอาจค่อย ๆ สะสมจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวันโดยไม่รู้ตัว เช่น นั่งทำงานท่าเดิมนานเกินไป นั่งหลังค่อม ยกของผิดท่า หรือใช้โต๊ะทำงานที่ไม่เหมาะกับสรีระ
ข้อมูลจากหน่วยงานสุขภาพระบุว่าอาการปวดหลังสามารถเกิดได้จากปัญหาเชิงโครงสร้างหรือกลไกของกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเนื้อเยื่อรอบหลัง รวมถึงพฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายอยู่ในท่าซ้ำ ๆ หรือท่าที่กดร่างกายมากเกินไปก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อาการปวดหลังเกิดขึ้นหรือเป็นเรื้อรังได้
บทความนี้จะพาไปเช็กว่า มีพฤติกรรมอะไรบ้างที่กำลัง “ทำร้ายหลัง” ของคุณอยู่ และควรปรับ ท่านั่งทำงานที่ถูกต้องเพื่อป้องกันออฟฟิศซินโดรมและปวดหลัง อย่างไร
ทำไมคนวัยทำงานถึงปวดหลังได้บ่อย ?
การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้ร่างกายต้องอยู่ในท่าเดิมนานเกินไป โดยเฉพาะท่านั่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดต่อหลังส่วนล่าง กล้ามเนื้อหลัง และข้อต่อต่าง ๆ ได้ งานด้าน ergonomic ยังชี้ว่าการนั่งนิ่งเป็นเวลานานและการเปลี่ยนอิริยาบถน้อย อาจสัมพันธ์กับความไม่สบายหลังส่วนล่างและเพิ่มโอกาสเกิดอาการปวดหลังในคนทำงานได้
นอกจากนี้ หากโต๊ะ เก้าอี้ จอคอมพิวเตอร์ หรือคีย์บอร์ดจัดวางไม่เหมาะกับสรีระ ก็อาจทำให้ร่างกายต้องชดเชยด้วยท่าฝืนธรรมชาติ เช่น ไหล่ยก คอยื่น หลังค่อม หรือบิดเอวข้างเดิมซ้ำ ๆ ซึ่งล้วนทำให้กล้ามเนื้อและแนวกระดูกสันหลังทำงานหนักขึ้น
7 พฤติกรรม “ทำร้ายหลัง” ที่คนวัยทำงานมักทำโดยไม่รู้ตัว
- 1) นั่งทำงานนานเกินไปโดยไม่ลุกเปลี่ยนอิริยาบถ
- 2) นั่งหลังค่อม คอยื่น ห่อไหล่
- 3) นั่งไม่เต็มก้น หรือเอนไปข้างหน้าเกินไป
- 4) ใช้เก้าอี้และโต๊ะที่ไม่พอดีกับสรีระ
- 5) นั่งไขว่ห้างหรือบิดตัวซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน
- 6) ยกของหนักแบบก้มหลังงอ
ปวดหลังแบบไหน ที่ไม่ควรปล่อยไว้?
อาการปวดหลังบางแบบอาจต้องรีบพบแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย
- ปวดหลังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
- ปวดร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรง
- มีไข้ น้ำหนักลด หรืออาการป่วยอื่นร่วมด้วย
- ปวดหลังหลังอุบัติเหตุ
- ปวดนานหลายสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น
- มีปัญหาการควบคุมปัสสาวะหรืออุจจาระ
หน่วยงานด้านสุขภาพแนะนำว่า หากอาการปวดหลังไม่ดีขึ้น ปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการปวดเรื้อรัง ปวดร้าว ชา หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม เพราะการวินิจฉัยที่ตรงจุดจะช่วยให้รักษาได้ถูกทางและลดโอกาสเกิดอาการเรื้อรังในอนาคต
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q: ปวดหลังจากนั่งทำงานนาน ๆ อันตรายไหม
A: ถ้าเป็นเพียงอาการตึงหรือเมื่อยเล็กน้อย อาจสัมพันธ์กับการนั่งนานและท่าทางที่ไม่เหมาะสมได้ แต่ถ้าอาการเป็นบ่อย ปวดนาน ปวดร้าวลงขา หรือมีชาและอ่อนแรงร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม
Q: ท่านั่งทำงานที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร
A: ควรนั่งให้หลังมีพนักพิงรองรับ เท้าวางราบกับพื้น เข่าอยู่ระดับใกล้เคียงสะโพก ศอกงอประมาณ 90 องศา ไหล่ผ่อนคลาย และวางจอในระดับสายตาหรือต่ำลงเล็กน้อย
Q: นั่งเก้าอี้ดี ๆ แล้ว ยังปวดหลังได้ไหม
A: ได้ เพราะแม้เก้าอี้จะดี แต่ถ้านั่งท่าเดิมนานเกินไป ไม่ลุกขยับ หรือจัดจอและโต๊ะไม่เหมาะกับสรีระ ก็ยังทำให้เกิดอาการปวดหลังได้
Q: ควรลุกจากโต๊ะบ่อยแค่ไหนเพื่อป้องกันปวดหลัง
A: ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน แต่หลักสำคัญคือไม่ควรนั่งนิ่งต่อเนื่องนานเกินไป ควรลุกเปลี่ยนอิริยาบถ เดิน หรือยืดตัวเป็นระยะระหว่างวัน เพื่อช่วยลดความตึงค้างของกล้ามเนื้อและความไม่สบายหลังส่วนล่าง
Q: ปวดหลังแบบไหนควรรีบพบแพทย์
A: หากปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปวดร้าวลงขา มีชา อ่อนแรง มีไข้ น้ำหนักลด ปวดหลังหลังอุบัติเหตุ หรือมีปัญหาการควบคุมปัสสาวะและอุจจาระ ควรรีบพบแพทย์ทันที
