อย่างที่รู้กันว่า “เบาหวาน” เป็นสาเหตุของโรคแทรกซ้อนต่างๆ มากมาย และสาเหตุหลักๆ ที่ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงหรือต่ำเกินไปก็คือ พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานเองนี่ล่ะ ดังนั้นใครมีผู้ใหญ่ในบ้านเป็นโรคเบาหวาน และต้องรักษาระดับน้ำตาลไม่ให้สูงเกินไป ลองทำตามกฎ Do’s and Don’t นี้กัน
Do’s
- ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 5 วัน
การออกกำลังกายมีส่วนช่วยลดไขมัน ที่จะไปเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ช่วยให้หลอดเลือดไม่ตีบตัน แต่ถ้าจะออกกำลังกายให้ได้ผลดี ต้องออกกำลังกายครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป สัปดาห์ละ 5 วัน และต้องไม่ออกกำลังจนหักโหมเกินไปด้วยในผู้ป่วยเบาหวาน
- ทานผักใบเขียว
ผักใบเขียวจะช่วยควบคุมน้ำตาลและอินซูลินในเลือดให้คงที่ ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและกลูโคสให้ช้าลง ไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดเร็วเกินไป
- ลดอาหารที่ทำมาจากแป้งขัดสี
มีงานวิจัยในอเมริกาเขาพบว่า การทานข้าวขัดสีที่เราทานกันอยู่ในทุกๆ วันนี้ เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว เพราะมีค่าดัชนีน้ำตาลสูง ลองเปลี่ยนมาเป็นข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่มีประโยชน์มากกว่าด้วย
- ระวังตัวเองไม่ให้เกิดแผล
โรคเบาหวานมีผลให้บาดแผลหายช้าลง เพราะเลือดที่จะมาช่วยสมานหรือหล่อเลี้ยงแผลนั้นน้อยลง ดังนั้นควรระวังการเกิดแผลมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผลที่เท้า เพราะมีโอกาสหายช้าที่สุด และหากปล่อยไว้นานๆ อาจจะเกิดการติดเชื้อร่วมด้วย
- ทานยารักษาเบาหวาน
การรักษาอาการเบาหวานด้วยยา เป็นการรักษาขั้นเบสิคแต่หากบางคนทานยาแล้วไม่ได้ผล จึงมีการฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดอาการแทรกซ้อนต่างๆ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในการดูแลและสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น
Don’t
- อย่าทานของหวานมันอร่อยปาก
ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง น้ำโค้ก เป๊ปซี่ ชา กาแฟ ฯลฯ อย่าผลีผลามทานอย่างไม่คิด ควรลด ละ เลิก เพราะเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าอาหารเหล่านี้มีน้ำตาลเยอะมาก ยิ่งทานอาหารที่ไปเพิ่มในกระแสเลือดเข้าไปอีก คราวนี้แหละอาการจะกำเริบและทำให้มีโรคแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น
- งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
สารบางชนิดในบุหรี่ทำให้เส้นเลือดมีโอกาสตีบมากขึ้น ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ ขาดออกซิเจน อาจจะเป็นหัวใจวายเฉียบพลันได้ การสูบบุหรี่ยังไปเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 3.5 การดื่มแอลกอฮอล์ก็เช่นกัน จะทำให้โรคแทรกซ้อนที่มาพร้อมกับโรคเบาหวานกำเริบได้ง่ายขึ้นอีก
