ไอเรื้อรัง... สัญญาณโรคปอดที่ซ่อนอยู่!

Image

แชร์


ไอเรื้อรัง... สัญญาณโรคปอดที่ซ่อนอยู่!

อาการ “ไอ” เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกายที่พยายามขับสิ่งแปลกปลอมออกจากทางเดินหายใจ แต่หากคุณมีอาการ “ไอเรื้อรัง” ที่ไม่หายสักทีภายใน 3 สัปดาห์ขึ้นไป หรือไอติดต่อกันนานเกิน 8 สัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจไม่ใช่เพียงแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณของโรคในระบบทางเดินหายใจหรือลึกไปถึง “โรคปอด” ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง 

 

ไอเรื้อรัง (Chronic Cough) คืออาการไอที่คงอยู่ต่อเนื่องนานเกิน 8 สัปดาห์ในผู้ใหญ่ หรือ เกิน 4 สัปดาห์ในเด็ก ซึ่งแตกต่างจากการไอทั่วไปที่มักหายได้ภายในระยะเวลาไม่กี่วันถึงสองสัปดาห์ อาการไอเรื้อรังอาจเป็นเพียงอาการเดียวที่เกิดขึ้น หรือเกิดร่วมกับอาการอื่น เช่น เสมหะ เจ็บคอ เสียงแหบ หอบเหนื่อย หรือแน่นหน้าอก ซึ่งบ่งบอกได้ถึงความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ หรือแม้แต่ระบบอื่นในร่างกาย 

อาการไอ (Cough) สามารถจำแนกได้หลายรูปแบบตามลักษณะของไอ ระยะเวลา และความรุนแรง เพื่อช่วยวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ โดยสามารถแบ่งออกได้ดังนี้ 

ชนิดของอาการไอ (Types of Cough) 

  1. ไอแห้ง (Dry Cough) ไม่มีเสมหะ หรือมีเสมหะเล็กน้อย มักเกิดจากการระคายเคืองของเยื่อบุทางเดินหายใจ เช่น จากโรคไวรัส, ภูมิแพ้, หรือกรดไหลย้อน อาจพบในโรคหืด, ไอจากการใช้ยาความดันกลุ่ม ACE inhibitor 
  2. ไอมีเสมหะ (Productive or Wet Cough) มีเสมหะขับออกมาในระหว่างหรือหลังไอ มักเกิดจากการติดเชื้อ เช่น หลอดลมอักเสบ, ปอดอักเสบ, วัณโรค หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (เช่น COPD) 
  3. ไอเป็นชุด (Paroxysmal Cough) ไอเป็นชุดติดต่อกันนาน ๆ จนหายใจไม่ทัน พบบ่อยในไอกรน (Pertussis) หรือโรคบางชนิดในเด็ก 
  4. ไอเสียงแหบ/ไอกระแอม (Throat-clearing Cough) รู้สึกระคายคอเหมือนมีเสมหะค้าง ต้องกระแอมบ่อย ๆ มักเกี่ยวข้องกับโรคกรดไหลย้อน, ภูมิแพ้ หรือโรคโพรงจมูกไหลย้อน (Postnasal drip)

ระดับของอาการไอ (Severity of Cough) 

  1. ไอเฉียบพลัน (Acute Cough) ระยะเวลาน้อยกว่า 3 สัปดาห์ 
  2. ไอกึ่งเรื้อรัง (Subacute Cough) ระยะเวลา 3–8 สัปดาห์  
  3. ไอเรื้อรัง (Chronic Cough) ระยะเวลา เกิน 8 สัปดาห์

หากอาการไอมีลักษณะใดต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางโรคปอดทันที 

  • ไอเป็นเลือด หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ 
  • ไอเสียงลึกจากหน้าอก หรือมีเสมหะเรื้อรัง 
  • ไอจนเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือเจ็บหน้าอก 
  • ไอไม่หายแม้รับประทานยามาแล้ว 

 

สาเหตุของไอเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับโรคทางปอด 

อาการไอเรื้อรังสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับปอดและทางเดินหายใจ เช่น 

  1. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ผู้ป่วยมักมีประวัติสูบบุหรี่หรือสัมผัสมลภาวะระยะยาว อาการเด่นคือ ไอมีเสมหะ หายใจหอบเหนื่อย และเหนื่อยง่าย 
  2. โรคหืด (Asthma) ไอมากตอนกลางคืนหรือเช้ามืด ร่วมกับหายใจเสียงวี้ดหรือแน่นหน้าอก 
  3. หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ไอเรื้อรังจากการติดเชื้อบ่อย ๆ หรือภูมิแพ้ ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง 
  4. วัณโรคปอด อาการไอเรื้อรัง น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน หรือไอเป็นเลือด มีไข้ พบได้ในผู้ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือมีประวัติเสี่ยง 
  5. มะเร็งปอด หากมีไอเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุร่วมกับน้ำหนักลด เจ็บหน้าอก หรือไอเป็นเลือด ควรพบแพทย์ทันที 

 

ทำไมจึงควรพบแพทย์เฉพาะทางโรคปอด? 

การตรวจวินิจฉัยอาการไอเรื้อรังจำเป็นต้องมีการประเมินโดยละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคปอด (Pulmonologist) มีความชำนาญในการประเมิน วิเคราะห์ และวางแผนการรักษาอย่างตรงจุด ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง โดยมีวิธีวินิจฉัยอาการ ดังนี้

  1. การตรวจสมรรถภาพปอด (Spirometry) เพื่อวินิจฉัยโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 
  2. การตรวจวัดระดับก๊าซไนตริกออกไซด์ในลมหายใจ (Fractional exhaled nitric oxide) เพื่อช่วยวินิจฉัย ประเมินความรุนแรงของโรค และติดตามอาการโรคหืด  
  3. การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอกด้วยปริมาณรังสีต่ำ (Low dose CT scan chest) ให้คัดกรองก้อนเนื้อหรือมะเร็งปอดเบื้องต้น  
  4. การส่องกล้องหลอดลมปอด (Bronchoscopy) ช่วยวินิจฉัยโรคปอดอักเสบติดเชื้อและช่วยตัดชิ้นเนื้อปอดที่สงสัยเนื้อมะเร็ง  
  5. การตรวจสมรรถภาพปอดและหัวใจ (Cardiopulmonary exercise test , CPET) ช่วยประเมินสาเหตุอาการเหนื่อยระหว่างหัวใจและปอด  
  6. การส่องกล้องเยื่อหุ้มปอด (Pleuroscopy) ช่วยในการวินิจฉัยและรักษาสาเหตุของน้ำในเยื่อหุ้มปอด 

 

วิธีการรักษา  

  1. การให้ยาฆ่าเชื้อในกรณีวัณโรคปอด 
  2. การให้ยาสูดขยายหลอดลมในกรณีโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง  
  3. การให้ยาเคมีบำบัด ฉายรังสี หรือผ่าตัดในกรณีมะเร็งปอด 

  

 อย่าปล่อยให้ “อาการไอเรื้อรัง” เป็นเรื่องธรรมดา 

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการไอต่อเนื่องนานเกิน 8 สัปดาห์ ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคปอดร้ายแรง เช่น มะเร็งปอด วัณโรค หรือโรคปอดเรื้อรัง ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจ เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและเริ่มต้นการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม เพราะการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ คือกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคร้ายแรงและดูแลสุขภาพปอดของคุณให้อยู่กับคุณไปได้อีกยาวนาน  

  

 นพ. ชนทัต ไตรทอง 

อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ และเวชบำบัดวิกฤตทางเดินหายใจ  

รพ.พญาไท 2

Loading...

แชร์


Loading...