FFR คืออะไร? ทำไมการวัดความดันหลอดเลือดหัวใจถึงสำคัญต่อการรักษาโรคหัวใจ

Image

แชร์


FFR คืออะไร? ทำไมการวัดความดันหลอดเลือดหัวใจถึงสำคัญต่อการรักษาโรคหัวใจ

FFR (Fractional Flow Reserve) คือ การตรวจวัดความแตกต่างของแรงดันเลือดภายในหลอดเลือดหัวใจ เพื่อประเมินระดับความรุนแรงของการตีบตันในหลอดเลือดหัวใจอย่างละเอียด การตรวจ FFR มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจว่าผู้ป่วยควรได้รับการรักษาด้วยการใช้บอลลูนขยายหลอดเลือด (Balloon Angioplasty) หรือใส่ขดลวด (Stent) หรือไม่ 

 

การทำ FFR ทำร่วมกับการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiography) โดยการใส่สายวัดแรงดันขนาดเล็ก (Pressure Wire) ผ่านหลอดเลือดไปยังตำแหน่งที่มีการตีบเพื่อวัดแรงดันเลือดเปรียบเทียบกันระหว่างก่อนและหลังตำแหน่งที่ตีบ 

 

ทำไมการตรวจ FFR จึงสำคัญ? 

แม้ว่าการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจจะสามารถเห็นหลอดเลือดที่ตีบได้ แต่บางครั้งระดับความตีบที่เห็นจากภาพอาจไม่สัมพันธ์กับความรุนแรงของอาการ การตรวจ FFR จะช่วยตอบคำถามสำคัญว่า 

  • ตำแหน่งตีบนั้นจำเป็นต้องรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหรือไม่ 
  • การรักษาแบบใช้ยาอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่ 
  • ลดความเสี่ยงของการรักษาที่ไม่จำเป็น เช่น การใส่ขดลวดในกรณีที่หลอดเลือดไม่ได้ตีบอย่างมีนัยสำคัญ 

ค่าปกติของ FFR คือ 1.0 หากวัดได้ต่ำกว่า 0.80 ถือว่ามีภาวะตีบตันที่มีผลต่อการไหลเวียนของเลือด และควรพิจารณาให้การรักษาเพิ่มเติม 

 

ขั้นตอนการตรวจ FFR 

  1. เริ่มจากการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ เพื่อตรวจดูหลอดเลือด 
  2. ใส่สายวัดแรงดัน (Pressure Wire) ไปยังหลอดเลือดหัวใจตำแหน่งที่มีรอยตีบ 
  3. ให้ยาเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดสูงสุด  เช่น ยา Adenosine 
  4. วัดแรงดันเลือด ก่อนและหลังตำแหน่งที่ตีบ 
  5. คำนวณค่า FFR เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องรักษาหรือไม่ 

การตรวจ FFR ใช้เวลาไม่นาน และผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้หลังการตรวจ 

 

ข้อดีของการตรวจ FFR 

  • เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจรักษา 
  • ลดการใส่ขดลวดที่ไม่จำเป็น ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ยากลุ่มละลายลิ่มเลือด 
  • ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว 
  • พิสูจน์แล้วว่าช่วยลดอัตราการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย และการเสียชีวิต 

 

ใครควรได้รับการตรวจ FFR? 

  • ผู้ที่มีการตีบหลอดเลือดหัวใจระดับกลาง (50-70%) ที่ต้องพิจารณาว่าควรใส่ขดลวดหรือไม่ 
  • ผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกแต่ภาพฉีดสีหลอดเลือดหัวใจไม่สามารถบอกได้ชัดเจน 
  • ผู้ที่วางแผนขยายหลอดเลือดหัวใจ และต้องการประเมินความจำเป็นอย่างแม่นยำ 

 

ความแตกต่างระหว่าง FFR กับการตรวจหลอดเลือดหัวใจแบบอื่น 

วิธีการ  ข้อดี  ข้อจำกัด 
ฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Angiography)  เห็นภาพหลอดเลือดแบบ
เรียลไทม์ 
ประเมินผลกระทบต่อการไหลเวียนเลือดไม่ได้ชัดเจน 
FFR (Fractional Flow Reserve)  ประเมินผลกระทบจริงต่อการไหลเวียนเลือด แม่นยำสูง  ต้องใช้ยา และสายวัดแรงดันพิเศษ 

 

การตรวจวัดความดันหลอดเลือดหัวใจจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ช่วยลดการรักษาที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

หากคุณหรือคนที่คุณรักมีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ การพูดคุยกับแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับการตรวจ FFR เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยวางแผนการรักษาได้อย่างดีที่สุด 

 

 

ผศ. นพ. กุลยศ จงพิพัฒน์วณิชย์

อายุรแพทย์โรคหัวใจ และแพทย์เฉพาะทางด้านการสวนหัวใจและขยายหลอดเลือด

ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 2

Loading...

แชร์


Loading...