กลับมามั่นใจอีกครั้ง! รักษาอกบุ๋มด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ยุคใหม่

Image

แชร์


อกบุ๋ม (Pectus Excavatum) คืออะไร? 

อกบุ๋ม หรือในทางการแพทย์เรียกว่า “Pectus Excavatum” คือภาวะความผิดปกติของโครงสร้างผนังทรวงอก ที่กระดูกหน้าอกบุ๋มลึกเข้าไปในช่องอกมากกว่าปกติ เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของกระดูกอ่อนบริเวณซี่โครงและกระดูกสันอก ส่งผลให้รูปทรงของหน้าอกผิดปกติ และอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและปอดได้ในบางราย 

 

สาเหตุของอกบุ๋ม 

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของภาวะอกบุ๋ม แต่อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม โดยมีการพบว่าบางครอบครัวมีสมาชิกหลายคนที่เป็นโรคนี้ร่วมกัน และอาจสัมพันธ์กับโรคของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เช่น Marfan syndrome หรือ Ehlers-Danlos syndrome อีกด้วย 

 

กลุ่มเสี่ยง 

  • พบในเด็กชายมากกว่าหญิง (อัตราส่วนประมาณ 3:1) 
  • มักเริ่มแสดงอาการชัดเจนเมื่อเข้าสู่วัยเจริญเติบโต (วัยรุ่น) 
  • พบได้ประมาณ 1-6 คนในทุก 1,000 คน 

 

อาการของอกบุ๋ม 

อาการที่พบอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยบางรายอาจไม่แสดงอาการใด ๆ เลย แต่ในรายที่รุนแรงอาจพบอาการ เช่น 

  • หน้าอกบุ๋มผิดรูปชัดเจน 
  • หายใจลำบาก เหนื่อยง่ายโดยเฉพาะเวลาทำกิจกรรม 
  • เจ็บหน้าอก 
  • ใจสั่น 
  • ความสามารถในการออกกำลังกายลดลง 
  • ขาดความมั่นใจในรูปร่าง ส่งผลต่อสภาพจิตใจ 

 

การวินิจฉัยโรค 

  1. การตรวจร่างกาย โดยแพทย์เฉพาะทางด้านทรวงอกหรือหัวใจ 
  2. CT Scan ใช้วัดค่าความรุนแรงของความบุ๋มด้วยค่า Haller Index > 3.25 ถือว่ารุนแรงและควรพิจารณาการผ่าตัด 
  3. Echocardiogram ตรวจหัวใจว่ามีภาวะลิ้นหัวใจรั่วหรือหัวใจถูกเบียดหรือไม่ 
  4. Pulmonary Function Test (PFT) ตรวจวัดสมรรถภาพปอด 

 

 

ทางเลือกในการรักษาอกบุ๋ม 

  1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

Vacuum Bell Therapy 

    • เหมาะกับเด็กที่มีอายุ 8-12 ปี ซึ่งกระดูกยังยืดหยุ่นได้ดี 
    • ใช้อุปกรณ์ดูดสุญญากาศยกกระดูกหน้าอกให้สูงขึ้น 
    • ต้องใช้อย่างต่อเนื่องวันละ 1-2 ชั่วโมง เป็นเวลาหลายเดือนถึงปี 
  1. การรักษาด้วยการผ่าตัด

Nuss Procedure 

    • เป็นการผ่าตัดสมัยใหม่ที่ใช้แผลเล็กใต้รักแร้ 
    • ใส่แท่งเหล็กโค้ง (Nuss Bar) ใต้กระดูกหน้าอกเพื่อดันกระดูกขึ้น 
    • ใช้กล้องช่วยในการผ่าตัดเพื่อความแม่นยำ 
    • แท่งเหล็กจะอยู่ในร่างกาย 2-4 ปี ก่อนจะนำออก 

Ravitch Procedure 

    • เป็นการผ่าตัดแบบเปิดหน้าอก 
    • ตัดกระดูกอ่อนที่ผิดรูปออก และจัดวางกระดูกใหม่ให้ถูกต้อง 
    • มักใช้ในกรณีที่โครงสร้างซับซ้อนหรือร่วมกับความผิดปกติอื่น 

การดูแลหลังการรักษา 

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงหรือมีแรงกระแทก เช่น ฟุตบอล วอลเลย์บอล 
  • สามารถทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดิน ว่ายน้ำ ได้หลังพักฟื้น 
  • ดูแลแผลผ่าตัดให้สะอาด ป้องกันการติดเชื้อ 
  • ติดตามผลกับแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ 

 

เปรียบเทียบวิธีการรักษา Nuss และ Ravitch 

ลักษณะ  Nuss Procedure  Ravitch Procedure 
แผลผ่าตัด  เล็ก ซ่อนใต้รักแร้  แผลกลางหน้าอกขนาดใหญ่ 
ระยะฟื้นตัว  เร็ว (1-2 สัปดาห์)  ช้ากว่า (3-4 สัปดาห์) 
ความเจ็บปวด  น้อยกว่า  เจ็บมากกว่า 
ความนิยม  สูงในวัยรุ่นและผู้ใหญ่  ใช้เฉพาะกรณีพิเศษ 

 

ผลกระทบของอกบุ๋มที่ไม่ได้รักษา 

หากไม่ได้รับการรักษาในรายที่จำเป็น อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น: 

  • การทำงานของหัวใจและปอดลดลง 
  • เสี่ยงลิ้นหัวใจรั่ว 
  • ความมั่นใจในตัวเองต่ำลงเรื่อย ๆ 
  • ปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ เช่น วิตกกังวล หรือซึมเศร้า 

 

อกบุ๋มเป็นภาวะที่สามารถรักษาได้ โดยเฉพาะหากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ และเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับช่วงวัยและความรุนแรง ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติ ออกกำลังกาย และมีความมั่นใจในตัวเองได้อีกครั้ง 

 

หากคุณหรือบุตรหลานมีอาการหน้าอกบุ๋มหรือสงสัยว่ามีความผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด 

 

 

รศ. นพ. ศิระ เลาหทัย 

ศัลยแพทย์ทรวงอกเฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้องปอด และต่อมไทมัส 

Loading...

แชร์


Loading...