โรคลมแดดในเด็ก (Heat stroke)

Image

แชร์


โรคลมแดดในเด็ก (Heat stroke)

โรคลมแดด คือ ภาวะที่มีการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางผิดปกติ (central nervous system dysfunction) มีการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายล้มเหลว (multiorgan failure) และมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40.5 องศาเซลเซียส (extreme hyperthermia) โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ

  1. classic heat stroke (กลุ่มที่ไม่ได้เกิดจากการออกกำลังภาย) กับกลุ่ม
  2. excertional heat stroke (กลุ่มที่เกิดจากการออกกำลังกายอย่างหนัก)

 

ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดลมแดด

ได้แก่

  1. สิ่งแวดล้อม ได้แก่ การสัมผัสกับรังสีความร้อนเป็นระยะเวลานาน กรณีในเด็ก เช่น เล่นอยู่กลางแจ้งท่ามกลางอากาศร้อน
  2. ปัจจัยทางด้านสรีวิทยา ได้แก่ มีความผิดปกติในการระบายความร้อน เช่น มีภาวะขาดน้ำหรือปริมาณสารน้ำในร่างกายไม่เพียงพอ (cardiovascular insufficiency), มีความผิดปกติของร่างกายในการตอบสนองต่ออุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นได้ช้ากว่าปกติ รวมทั้งมีความผิดปกติของการระบายความร้อนทางผิวหนัง คือ มีการระบายความร้อนได้ช้ากว่าปกติหรือได้น้อยกว่าปกติ
  3. ปัจจัยทางสังคม ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยที่ถูกทอดทิ้ง กลุ่มที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  เช่น เด็ก ผู้พิการ หรือคนชรา และไปอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก
  4. มีโรคประจำตัว ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ

 

กลไกการเกิดภาวะลมแดด

ในคนปกติทั่วไปเมื่ออุณหภูมิแกนกลางของร่างกายสูงขึ้น ร่างกายก็จะมีการตอบสนอง (thermoregulatory response)โดยมีการเต้นของหัวใจมากขึ้น เพื่อสูบฉีดเลือดไปยังผิวหนังมากขึ้นให้มีการระบายความร้อนทางเหงื่อ แต่เมื่อไหร่ก็ตาม หากร่างกายไม่สามารถลดอุณหภูมิลงได้ หรือยังมีปัจจัยทที่ทำให้ร่างกายยังมีอุณหภูมิสูงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ก็จะทำให้ปริมาณเลือดที่ไปยังอวัยวะต่างๆ ลดลง จนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว และระบบอวัยวะภายในล้มเหลวตามมา เช่น สมอง ตับ ไต กล้ามเนื้อ และ ระบบเลือด

 

การรักษาโรคลมแดดเบื้องต้น

  1. การทำ CPR เตรียมการช่วยเหลือกู้ชีพ และให้ออกซิเจน เพื่อให้ระดับออกซิเจนในเลือดสูงกว่า 90% (oxygen at 4 liters/min to increase oxygen saturation to >90%)
  2. ลดอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายให้รวดเร็ว และคงอุณหูมิให้คงที่ โดยทั่วไปมักจะให้ต่ำกว่า 39 องศาเซลเซียส หรือเฉลี่ยอยู่ในช่วง 38 ถึง 38.5 องศาเซลเซียส
  3. ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ให้เพียงพอ
  4. ระมัดระวังภาวะชัก ที่จะเกิดขึ้น และรีบนำส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาล หรือหอผู้ป่วยวิกฤต

 

การดูแลผู้ป่วยในหอผู้ป่วยวิกฤต/หออภิบาลผู้ป่วยเด็กวิกฤต (ICU/PICU)

  1. ดึงอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายให้อยู่ระดับปกติ (Normothermia) โดยการใส่สายวัดอุณภูมิจากแกนกลางของร่างกาย
  2. เฝ้าระวังภาวะชักและให้ยากันชักเมื่อมีอาการ หากมีภาวะสมองบวมหรือซึมมาก (GCS<8) พิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ นอนยกศีรษะสูง 45 องศา และตรวจ Arterial blood gas (keep PCO2 34-36 mm Hg)
  3. เจาะเลือดตรวจเช็กค่าการอักเสบของกล้ามเนื้อ ดูการทำงานของตับ ไต และระดับเกลือแร่ เฝ้าติดตามรักษาให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  4. ติดตามการทำงานของสมอง (monitor EEG)

 

การป้องกันการเกิดโรคลมแดด (heat stroke) คือการรักษาที่ดีที่สุด นั่นคือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดขึ้น

  1. หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในสถานที่ที่ต้องสัมผัสกับรังสีความร้อนเป็นเวลานานๆ
  2. อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ใช้เครื่องปรับอากาศหรือพัดลมเพื่อลดอุณหภูมิรอบๆ
  3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ หรือเตรียมตัวในการออกกำลังกายให้เหมาะสม โดยใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
  4. หลีกเลี่ยงการให้เด็กหรือคนชราอยู่ในสถานที่ปิด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก

นพ.อิสระ  สังฆวะดี 
กุมารแพทย์ด้านระบบประสาทและสมอง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์สุขภาพเด็ก
รพ.พญาไท 3
โทร. 02-467-1111 ต่อ 3419

 

แชร์


หากสนใจต้องการปรึกษาแพทย์

กรุณากรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ



โรคลมแดดในเด็ก (Heat stroke)