นวัตกรรมการผ่าตัดผ่านกล้อง (MIS)

Image

แชร์


นวัตกรรมการผ่าตัดผ่านกล้อง (MIS)

 

การรักษาโรคในช่องอกหรือช่องท้องที่มีความจำเป็นต้องใช้วิธีทางศัลยกรรมในปัจจุบัน มีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและลดผลกระทบต่อร่างกายของผู้ป่วย การผ่าตัดผ่านกล้อง (Minimally Invasive Surgery – MIS) จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยลดขนาดของแผลและระยะเวลาในการพักฟื้นเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด 

 

หลักการทำงานของการผ่าตัดผ่านกล้อง (MIS) 

เทคนิค MIS เป็นการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์จะเจาะรูขนาดเล็ก (ประมาณ 0.5 – 1 เซนติเมตร) จำนวน 3 – 4 จุด ตามความเหมาะสมของอวัยวะที่ต้องการรักษา เพื่อสอดกล้องวิดีโอขนาดจิ๋ว และเครื่องมือผ่าตัดเฉพาะทางเข้าไปภายใน โดยศัลยแพทย์จะปฏิบัติการผ่านการรับชมภาพขยายที่มีความคมชัดสูงจากจอภาพ 

 

ลักษณะเด่นของการผ่าตัดผ่านกล้อง 

  • ขนาดแผล แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก (ประมาณ 1 -2 ซม.) เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม 
  • การบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ: ลดการสัมผัสและบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและอวัยวะข้างเคียง ช่วยลดปริมาณการเสียเลือดระหว่างผ่าตัด 
  • ระยะเวลาพักฟื้น โดยทั่วไปผู้ป่วยอาจใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 1 – 2 วัน (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย) ซึ่งอาจช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปดำเนินชีวิตปกติได้เร็วขึ้น 
  • ความแม่นยำ การใช้กล้องที่มีกำลังขยายช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นรายละเอียดของอวัยวะและเส้นเลือดในตำแหน่งที่ผ่าตัดได้อย่างชัดเจน 

 

ตัวอย่างโรคที่พิจารณาการรักษาด้วยเทคนิค MIS 

ศัลยแพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีการผ่าตัดผ่านกล้องในกลุ่มโรคต่างๆ เช่น 

  • นิ่วในถุงน้ำดี เพื่อลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหน้าท้องและลดโอกาสการเกิดพังผืดหลังผ่าตัด 
  • ไส้เลื่อน ทั้งบริเวณขาหนีบและหน้าท้อง เพื่อความแม่นยำในการวางตาข่ายเสริมความแข็งแรงและลดอัตราการเป็นซ้ำ 
  • โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร เช่น มะเร็งกระเพาะอาหารในระยะที่เหมาะสม หรือภาวะกระเพาะอาหารทะลุ เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด 

 

หมายเหตุ ผลการรักษาและระยะเวลาในการพักฟื้นอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย โรคประจำตัว และดุลยพินิจของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 

 

 

พ. ต. ต. นพ. หะสัน มูหาหมัด 

แพทย์เฉาพทางด้านมะเร็งวิทยา 

ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพญาไท 1

Loading...

แชร์


Loading...